👉 จ้างฆ่าลูก..!! บุกจับแม่และพ่อเลี้ยงหลังจ้างฆ่าลูกในไส้ หลั่งน้ำตา สารภาพสิ้น… สุดทนพฤติกรรมลูกทรพี - Jaosanook

Latest

👉 จ้างฆ่าลูก..!! บุกจับแม่และพ่อเลี้ยงหลังจ้างฆ่าลูกในไส้ หลั่งน้ำตา สารภาพสิ้น… สุดทนพฤติกรรมลูกทรพี


(14 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา (13 ต.ค.) พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช   พร้อมด้วย พ.ต.อ.รังสรรค์ สุขเกื้อ ผกก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พ.ต.ท.บำรงค์ สามล รอง ผกก.ป.รรท.ผกก.สภ.ฉวาง พ.ต.ท.สุรพงษ์  ฉับพลัน รอง ผกก.สส สภ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมกำลังชุด นปพ. ภ.จว.นครศรีธรรมราช สนธิกำลังกับ ชุดสืบสวน สภ.ฉวาง  นำหมายจับกุมศาลจังหวัดทุ่งสง เลขที่ 249/ 2560 และเลขที่ 2502/2560 เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 347 หมู่ 12  ต.ละอาย อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งกำลังจัดงานพำเพ็ญกุศลศพนายสาโรจน์ หรือนก ศรีราเพ็ญ อายุ 36 ปี ที่ถูกคนร้ายดักยิงเสียชีวิตคาที่เมื่อคืนวันที่ 9  ต.ค.2560 ที่ผ่านมา

โดยเมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงพบว่ามีชาวบ้านมาร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพเป็นจำนวนมาก และเพื่อไม่ให้ผึ้นที่มาร่วมในงานศพแตกตื่นตกใจ  จึงได้เชิญตัว น.ส.อาภาพร หรือแดง จงจิตต์  อายุ 53 ปี และนายประทีป หรือแช็ก ชาพงษ์ อายุ 46 ปี สองสามีภรรยาเจ้าของบ้าน มาพบในรถยนต์ ก่อนจะแสดงหมายจับกุมสองสามีภรรยา ในข้อหาร่วมกันใช้ จ้างวานให้ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทั้งสองถึงกับหน้าซีด โดยเฉพาะ น.ส.อาภาพร ถึงกับร้องให้อย่างน่าเวทนาสงสาร จากนั้นจึงควบคุมตัว น.ส.อาภาพร และนายประทีป  แม่และพ่อเลี้ยงของนายสาโรจน์ ผู้ตายมาสอบสวนดำเนินคดีที่ สภ.ฉวาง  โดยที่ญาติ ๆ และคนที่มาร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพ ไม่ทราบว่าสองสามีภรรยาเจ้าของบ้านและเป็นเจ้าภาพงานศพถูกจับกุม แต่คิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเชิญตัว น.ส.อาภาพร และนายประทีป ไปสอบสวนปากคำในคดีที่คนร้ายยิงนายสาโรจน์ บุตรชาย  น.ส.อาภาพร ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต

ต่อมา พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.ต.ประสิทธิ์  เผ่าชู รอง ผบก.ถภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้เดินมาสอบสวนปากคำ น.ส.อาภาพร และนายประทีป ผู้ต้องหาสองผัวเมียด้วยตัวเอง และจากการสอบสวน น.ส.อาภาพร และนายประทีป สองสามีภรรยาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าว ว่าได้ร่วมกันว่าจ้างนายวิชิตร หรืออุ่น จงจิตต์ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ 12 ต.ละอาย  อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นหลานของ น.ส.อาภาพร ให้ฆ่านายสาโรจน์  ผู้ตายซึ่งเป็นบุตรชายของ น.ส.อาภาพร ในราคาค่าหัว 70,000 บาท จ่ายค่าจ้างให้มือปืนไปแล้ว 65,000 บาท ยังค้างอยู่อีก 5,000 บาท





นางอาภาพร จงจิตต์  ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนมีลูก 3 คนนายสาโรจน์ ผู้ตายเป็นลูกคนโต หลังจากสามีเสียชีวิตเมื่อเกือบ 20 ปีก่อนจึงมาอยู่กินกับนายประทีป สามีคนปัจจุบัน และได้ร่วมกันทำงานอย่างขยันขันแข็งจนสามารถสร้างบ้าน ซื้อที่ดินสร้างสวนยางพารา ซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์  ครอบครัวมีฐานะดีขึ้น  แต่นายสาโรจน์ บุตรชาย มีนิสัยเกเรไม่ยอมทำงานทำการใด ๆ เป็นหลักแหล่งและติดยาเสพติดงอมแงม และยังตั้งตัวเป็นขาใหญ่ในหมู่บ้าน มีพฤติกรรมข่มขู่กรรโชกทรัพย์ ชิงทรัพย์ และมีอาวุธปืนสงครามไว้ในครอบครอง ที่ผ่านมาได้ข่มขู่บังคับเอาเงินไปซื้อยาเสพติดและเที่ยวเตร่  เมื่อตนและนายประทีป ขัดขืนก็จะถูกนายสาโรจน์ บุตรชายทำร้ายอย่างโหดร้ายทารุณ โดยได้บังคับข่มขู่นำที่ดินสวนยางไปขาย  นำบ้าน รถยนต์ไปจำนำ จำนอง สร้างความเดือดร้อนให้กับตนและนายประทีป สามีอย่างแสนสาหัส พฤติกรรมของนายสาโรจน์ เป็นที่ทราบกันอย่างกว้างขวางและหวาดกลัวกันทั่วหมู่บ้านและไม่มีใครกล้าตอแยด้วย  จนกระทั้งนายสาโรจน์ ถูกจับกุมในคดียาเสพติดติดคุกเรือนจำเกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี ครอบครัวจึงอยู่กันอย่างสงบสุข

อย่างไรก็ตามหลังจากพ้นโทษออกจากคุกออกมาเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา นายสาโรจน์ บุตรชายก็กลับมาบ้าน  แต่พฤติกรรมก็ไม่เปลี่ยนแปลงทำการบังคับ ข่มขู่เอาทรัพย์สินและทำร้ายร่างกายตนและนายประทีป พ่อเลี้ยงอย่างรุนแรง ล่าสุดได้อาละวาดทำลายทรัพย์สินภายในบ้านจนพังเสียหายยับเยิน  และเพื่อนบ้านได้แจ้งเหตุกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาระงับเหตุและจับกุมนายสาโรจน์  แต่นายสาโรจน์ สามารถหลบหนีไปได้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยึดอาวุธปืนเอ็ม 16 ไว้ได้ 1 กระบอกพร้อมกระสุน   1 แมกกาซีน  สร้างความโกรธแค้นให้กับนายสาโรจน์ เป็นอย่างมากถึงกับประกาศจะตามฆ่าตนและนายประทีป จนในปัจจุบันตนและนายประทีป ต้องหลบหนีไปขออาศัยบ้านของญาติ ๆ อยู่อาศัย นายสาโรจน์ จึงทำลายทรัพย์สินภายในบ้านจนเสียหายย่อยยับพร้อมข่มขู่ว่าจะเผาบ้านให้วอดวายอีกด้วย  ตนไม่รู้จะหาทางแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไรจึงไปขอความช่วยเหลือจากนายวิชิต หรืออุ่น จงจิตต์ หลานชายให้ช่วยฆ่านายสาโรจน์ บุตรชาย โดยวันแรกที่นายวิชิต หรืออุ่น จงจิตต์ มือปืนตกลงรับปากรับงานได้จ่ายเงินสดให้ไป 10,000 บาท และหลังยิงนายสาโรจน์ บุตรชายเสียชีวิต ได้จ่ายเงินสดให้ไปอีก 55,000 บาท รวมเป็น 65,000 บาท ยังค้างอยู่อีก 5,000 บาทคิดว่าจะจ่ายให้หลังเสร็จจากการจัดงานศพนายสาโรจน์ บุตรชาย แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน น.ส.อาภาพร กล่าวด้วยน้ำตานองใบหน้า

ในขณะที่นายประทีป กล่าวว่า ตนอยู่กินกับนางอาภาพร นานเกือบ 20 ปีแล้วและทุ่มเททำงานอย่างขยันขันแข็งจนสามารถสร้างครอบครัวให้มีฐานะดีขึ้น สร้างบ้าน สร้างสวนยางพาราเป็นของตัวเอง มีรถยนต์รถจักรยานยนต์และทรัพย์สินอื่น ๆ ภายในบ้านครบถ้วย แต่นายสาโรจน์  ลูกชายของ น.ส.อาภาพร ที่มั่วสุมติดยาเสพติดงอมแงมกลับทำตัวเป็นอันธพาลนอกจากจะผลาญเงินและทรัพย์สินของครอบครัวเป็นจำนวนมากแล้ว ยังลงมือทำร้ายรางกายตนและ น.ส.อาภาพร แม่บังเกิดเกล้าอย่างโหดร้ายป่าเถื่อน หลายครั้งทำร้ายตนด้วยการตบด้วยด้ามปืนจนตนบาดเจ็บแต่ตนก็ไม่เคยตอบโต้ ซึ่งตนและ น.ส.อาภาพร ยอมสู้ทนมาตลอด  จนเมื่อ น.ส.อาภาพร มาบอกว่าได้ตัดสินใจว่าจ้างนายประทีป หรืออุ่น จงจิตต์ หลานชายให้ฆ่านายนายสาโรจน์ หรือนก บุตรชาย  ซึ่งตนยอมรับว่าไม่ได้ห้ามปราบแม้จะรับรู้แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้ จ้างวานหรือบงการฆ่าแต่อย่างใด และพร้อมที่จะรับชะตากรรมกับ น.ส.อาภาพร เมียรัก หากต้องคิดคุกก็ติดคุกด้วยกัน หรือแม้กระทั้งต้องตายก็ขอตายพร้อมกัน นายประทีป กล่าว



ในขณะที่ พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 9 ต.ค.2560 ที่ผ่านมาคนร้ายดักยิงนายสาโรจน์ หรือยกศรีราเพ็ญ อายุ 36 ปี บุตรชายของ น.ส.อาภาพร เสียชิวิต บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 51 หมู่บ้านปลายระแนะ หมู่ 12 ต.ละอาย อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช  เจ้าหน้าตำรวจได้สอบสวนสืบสวนจนทราบว่านายสาโรจน์ ติดยาเสพติดและเพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำเกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี ก่อนหน้านี้นายสาโรจน์ ได้เคยทำร้ายร่างกาย น.ส.อาภาพร แม่บังเกิดเกล้ารวมทั้งนายประทีป พ่อเลี้ยง และยังข่มขู่ กรรโชกทรัพย์ และจะเผาบ้านของ น.ส.อาภาพร จนเจ้าที่ตำรวจ สภ.ฉวาง มาระงับเหตุแต่นายสาโรจน์ หลบหนีไปได้ตำรวจยึดอาวุธปืนเอ็ม 16 ของนายสาโรจน์ เอาไว้ได้และได้เสนอศาลออกหมายจับกุมไว้แล้ว แต่ระหว่างที่ตำรวจกำลังติดตามจับกุมตัวนายสาโรจน์ อย่างกระชันชิดนายสาโรจน์ ก็มาถูกคนร้ายดักยิงเสียชีวิตเสียก่อน โดยจากการสอบสวนสืทบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า น.ส.อาภาพร หรือแดง จงจิตต์ แม่บังเกิดเกล้าของนายสาโรจน์  และนายประทีป หรือแช็ก ชาพงษ์ สามี น.ส.อาภาพร และเป็นพ่อเลี้ยงนายสาโรจน์ ร่วมกันว่าจ้าง ใช้จ้างวานให้นายวิชิตร หรืออุ่น จงจิตต์ อายุ 46 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานชายของ น.ส.อาภาพร ฆ่านายสาโรจน์  จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ น.ส.อาภาพร แม่บังเกิดเหล้าและนายประทีป หรือแช็ก พ่อเลี้ยง และจับกุมเอาไว้ได้ ส่วนนายวิชิตร หรืออุ่น จงจิตต์  มือปืนซึ่งศาลอนุมัติหมายจับในข้อหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนสมควรแก่พฤติการณ์ คาดว่าจะสามารถจับกุมนายวิชิตร หรืออุ่น ได้ในวันสองวันนี้อย่างแน่นอน.





ภาพ/ข่าว ยุทธนะ  เตมะศิริ   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค   สำนักข่าวทีนิวส์   จ.นครศรีธรรมราช
ที่มา: tnews.co.th